p
 
 
Home Contacts FAQs Downloads
 โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์5
 ตู้เย็นเบอร์ 5    
 เครื่องปรับอากาศเบอร์ 5

บัลลาสต์เบอร์ 5
  -บัลลาสต์เบอร์ 5 นิรภัย
  -บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส T5
  พัดลมไฟฟ้าเบอร์ 5
  -พัดลมชนิดตั้งโต๊ะ,ตั้งพื้น,
   ติดผนัง

  -พัดลมชนิดส่ายรอบตัว
  หลอดไฟฟ้า
  -หลอดผอม 36,18 วัตต์
  -หลอดตะเกียบเบอร์ 5
  -หลอดผอมเบอร์5
  หม้อหุงข้าวเบอร์ 5
  โคมไฟประสิทธิภาพสูง
        เบอร์ 5

  ข้าวกล้องเบอร์ 5
........... โครงการปรับปรุงประสิทธิ์ภาพอุปกรณ์ไฟฟ้า,  ฝ่ายปฏิบัิติการด้านการใช้ไฟฟ้า ...........
   
 
การเปรียบเทียบประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนด้วยการปรับตั้งอุณหภูมิภายในห้องปรับอากาศ
Comparison of Energy Efficiency Ratio (EER) in Room Air Conditioning Split Type Unit By Varied
Temperature Set Points
นายภาณุ สุวิชาเชิดชู
หน่วยงาน หมวดทดสอบมาตรฐาน, โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพอุปกรณ์ไฟฟ้า, ฝ่ายปฏิบัติการด้านการใช้ไฟฟ้า
โทรศัพท์ : 0-2436-8387 โทรสาร : 0-2436-8388
E-mail : panu.s@egat.co.th

บทคัดย่อ

ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศมีบทบาทสำคัญในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านเรือนในเมือง การปรับตั้งค่าอุณหภูมิภายในห้องปรับอากาศมีผลต่อประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศโดยตรง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพอุปกรณ์ไฟฟ้า ฝ่ายปฏิบัติการด้านการใช้ไฟฟ้า ได้ทำการทดลองเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศที่ทดสอบขอฉลากประสิทธิภาพพลังงานเบอร์ 5 โดยการปรับตั้งอุณหภูมิในห้องปรับอากาศที่ 25, 26 และ 27 ํC ตามลำดับ เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ (Energy Efficiency Ratio: EER) ที่อุณหภูมิต่างๆ ดังกล่าว ซึ่งทดสอบโดย สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) ตามมาตรฐานการทดสอบเครื่องปรับอากาศ มอก.1155-2536 และ มอก. 2134-2545 จำนวน 10 เครื่อง (10 ยี่ห้อ) ตั้งแต่ขนาด 9,000 ถึง 18,500 BTU/hr
การทดลองแยกเป็น 2 กรณี คือ การทดลองผลกระทบของอุณหภูมิกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ และ การทดลองผลกระทบของความเร็วพัดลมกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ โดยตั้งค่าอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ตาม มอก.1155-2536 และ มอก.2134-2545 (DBT 27 ํC, WBT 19.0 ํC ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 40 20) ซึ่งผลการทดลองพบว่า

• กรณีที่ 1 ผลกระทบของอุณหภูมิกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ ที่ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 40 20 (Temperature Set Points VS EER) หากตั้งค่าอุณหภูมิที่ 27 ํC เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพ 100% (เป็นค่าอุณหภูมิที่ใช้ตามมาตรฐานการทดสอบ) หากตั้งค่าอุณหภูมิที่ 26 ํC เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพเฉลี่ยลดลงร้อยละ 3.6 และหากตั้งค่าอุณหภูมิที่ 25 ํC เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพเฉลี่ยลดลงร้อยละ 6.5
• กรณีที่ 2 ผลกระทบของความเร็วพัดลมกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ (Wind Speed VS EER) โดยตั้งค่าอุณหภูมิที่ 27 ํC (DBT 27 ํC, WBT 19.0 ํC ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 40 20) และปรับความเร็วของพัดลมแฟนคอยล์ 3 ระดับ คือ High, Medium และ Low Speed Mode หากความเร็วลมที่ High Speed Mode เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพ 100% (เป็นค่าอุณหภูมิที่ใช้ตามมาตรฐานการทดสอบ) ความเร็วลมที่ Medium Speed Mode เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพเฉลี่ยลดลงร้อยละ 2 และความเร็วลมที่ Low Speed Mode เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพเฉลี่ยลดลงร้อยละ 5
ปี 2550 กฟผ. มีโครงการที่จะรณรงค์ปรับตั้งค่าอุณหภูมิ ระหว่าง 25-27 ํC ทั้งที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงาน และห้างสรรพสินค้า ซึ่งหากการรณรงค์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ กฟผ. คาดว่าจะได้รับผลประโยชน์ทางตรงสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ปีละ 700 ล้านหน่วย หรือ 2,000 ล้านบาท สำหรับผลประโยชน์ทางอ้อมเป็นการผลักดันให้ผู้ประกอบการเครื่องปรับอากาศผลิตเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ให้มีใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดสภาวะโลกร้อน อีกประการหนึ่งด้วย

1. บทนำ
ปัจจุบันเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 เป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่ กฟผ. สามารถดำเนินการพัฒนาให้เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยในปี พ.ศ. 2549 มีเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยประมาณ 7,000,000 เครื่อง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 10 % ทั้งนี้นับตั้งแต่การเปิดตัวโครงการฯ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2538 เป็นต้นมา เครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 เป็นที่รู้จักและยอมรับกันอย่างแพร่หลาย

ในปี พ.ศ.2549 (ค.ศ.2006) มีเครื่องปรับอากาศที่ผ่านการทดสอบและติดฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพกว่า 67 เครื่องหมายการค้า จำนวนกว่า 774 รุ่น ขนาดตั้งแต่ 7,858 BTU/hr จนถึง 40,944 BTU/hr ซึ่งจากข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2550 กฟผ. จ่ายฉลากให้กับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ รวมสะสมจำนวน 5,995,192 ชุด สามารถลดความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 3,278.5 ล้านหน่วย (GWh) ลดความต้องการใช้พลังไฟฟ้าได้ 734.4 เมกกะวัตต์ (MW) รวมทั้งสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 2,195,029 ตัน (Ton) [1]
2. การทดสอบเครื่องปรับอากาศสำหรับห้องแบบแยกส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ มอก.1155-2536 และ มอก. 2134-2545 [2], [3]
การทดสอบเครื่องปรับอากาศในโครงการฯ จะทำการทดสอบเครื่องปรับอากาศในรุ่นขนาดระหว่าง 6,000–40,944 BTU/hr โดยการสุ่มตัวอย่างตามข้อกำหนดจากกลุ่มบริษัทผู้ผลิต/นำเข้า ที่เข้าร่วมโครงการฯ และนำส่งให้หน่วยงานทดสอบ ทำการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เลขที่ มอก. 1155-2536 และ มอก. 2134-2545 โดยเน้นที่อัตราส่วนประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศหรือค่า EER เป็นหลัก


2.1 มาตรฐานการทดสอบ

การทดสอบเครื่องปรับอากาศปัจจุบันดำเนินการทดสอบที่สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) ตั้งอยู่บริเวณนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ จะใช้หลักการเทียบเท่ามาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น และเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศที่จะทำการทดสอบนี้ กำหนดขึ้นโดยใช้เอกสารมาตรฐานต่อไปนี้เป็นแนวทาง
- ISO/R 859-1968 TESTING AND RATING ROOM AIR CONDITIONERS
- ARI 210/240-8 UNITARY AIR CONDITIONING AND AIR SOURCE HEAT PUMP EQUIPMENT
- JIS B 8625-1984 TESTING METHODS FOR UNITARY AIR CONDITIONERS
- JIS B 8615-1984 UNITARY AIR CONDITIONERS
- มอก. 1155-2536 และ มอก. 2134-2545
ในการทดสอบเครื่องปรับอากาศนี้ ทางหน่วยงานทดสอบฯ จะมีห้องปฏิบัติการที่สามารถปรับภาวะความดัน ควบคุมอุณหภูมิ และความชื้น เพื่อสร้างสภาพของการทดสอบให้เครื่องปรับอากาศที่ทำการทดสอบอยู่ในภาวะเดียวกันตลอดเวลาที่ทำการทดสอบ

2.2 วิธีการทดสอบ
2.2.1 การทดสอบเพื่อหาขีดความสามารถทำความเย็นรวมสุทธิของเครื่องปรับอากาศ จะทำการปรับภาวะในการทดสอบให้คงที่ ที่อุณหภูมิลมกลับเข้าชุดแฟนคอยล์ อุณหภูมิกระเปาะแห้ง 27 ± 1 ํ C อุณหภูมิกระเปาะเปียก 19 ± 0.5 ํ C ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 40 ± 20 และอุณหภูมิลมก่อนเข้าชุดคอนเดนซิ่ง อุณหภูมิกระเปาะแห้ง 35 ± 1 ํ C อุณหภูมิกระเปาะเปียก 24 ± 0.5 ํ C ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 35 ± 15

2.2.2 การติดตั้งเครื่องปรับอากาศที่จะทำการทดสอบ ให้เจ้าของผลิตภัณฑ์เป็นผู้ติดตั้งเอง โดย เมื่อติดตั้งชุดคอนเดนซิ่งและชุดแฟนคอยล์ตรงตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วให้เดินท่อสารทำความเย็น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตามที่ผู้ผลิตกำหนด และมีความยาวไม่น้อยกว่า 7.50 เมตร โดยส่วน ของท่อสารทำความเย็นที่อยู่ภายนอกห้องชุดแฟนคอยล์ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 3.00 เมตร และจะต้องปฏิบัติตามที่ผู้ผลิตกำหนดเกี่ยวกับการหุ้มฉนวนและข้อควรระวังต่าง ๆ

2.2.3 การบรรจุสารทำความเย็น ต้องชั่งสารทำความเย็นให้มีปริมาณตามที่ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศกำหนด รวมทั้งต้องติดตั้งอุปกรณ์กรองและดูดความชื้นสารทำความเย็นด้วย ถ้าจำเป็น

2.2.4 วิธีทดสอบ ให้เครื่องปรับอากาศทำงานเต็มที่โดยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้สม่ำเสมอ เมื่อห้องทดสอบอยู่ในภาวะสมดุล ให้ควบคุมภาวะสมดุลนั้นต่อไปอีก 1 ชั่วโมง โดยบันทึกค่าอุณหภูมิและความชื้นทุกๆ 10 นาที เพื่อตรวจสอบความสมดุลแล้ววัดค่าต่าง ๆ ทุก 10 นาที รวม 7 ชุด แล้วหาค่าเฉลี่ยเพื่อใช้ในการคำนวณ

2.2.5 ช่วงเวลาที่ใช้ในการทดสอบจะใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน หลังจากห้องทดสอบถึงสภาวะการทำงานที่คงตัว

2.2.6 ประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ (Energy Efficiency Ratio: EER)

ค่าประสิทธิภาพการทำงานหรืออีกนัยหนึ่ง =EER ขนาดของเครื่่องปรับอากาศ (BTU)

กำลังไฟฟ้าที่ใช้ (Watt)
2.3 การกำหนดระดับประสิทธิภาพ
ตารางที่ 1 ระดับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5
ระดับประสิทธิภาพ
ประสิทธิภาพ (EER)
ระดับ 5
ดีมาก
11.0 ขึ้นไป
ระดับ 4
ดี
10.6 ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 11.0
ระดับ 3
ปานกลาง
9.6 ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10.6
ระดับ 2
พอใช้
8.6 ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 9.6
ระดับ 1
ต่ำ
ต่ำกว่า 8.6
3. การทดลองเปรียบเทียบประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพอุปกรณ์ไฟฟ้า ฝ่ายปฏิบัติการด้านการใช้ไฟฟ้า ได้ทำการทดลองเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศที่ขอฉลากประสิทธิภาพพลังงานเบอร์ 5 โดยการปรับตั้งอุณหภูมิในห้องปรับอากาศที่ 25, 26 และ 27 ํC ตามลำดับ เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ (Energy Efficiency Ratio: EER) ที่อุณหภูมิต่างๆ ดังกล่าว ซึ่งทดสอบโดย สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) ตามมาตรฐานการทดสอบเครื่องปรับอากาศ มอก.1155-2536 และ มอก. 2134-2545 จำนวน 10 เครื่อง (10 ยี่ห้อ) ตั้งแต่ขนาด 9,000 ถึง 18,500 BTU/hr
การทดลองแยกเป็น 2 กรณี คือ การทดลองผลกระทบของอุณหภูมิกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ และ การทดลองผลกระทบของความเร็วพัดลมกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ ดังนี้

• กรณีที่ 1 การทดลองผลกระทบของอุณหภูมิกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ เป็นการทดสอบตามมาตราฐาน มอก.1155-2536 และ มอก. 2134-2545 โดยปรับอุณหภูมิ (Set Point) 3 ค่า คือ ที่ 27, 26 และ 25 ํC ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 40 ± 20 ตามลำดับ ทั้งนี้เพื่อเปรียบเทียบ ผลกระทบของอุณหภูมิกับค่า EER ของเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5
• กรณีที่ 2 การทดลองผลกระทบของความเร็วพัดลมกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ เป็นการทดสอบตามมาตราฐาน มอก.1155-2536 และ มอก. 2134-2545 เช่นเดียวกัน โดยปรับตั้งค่าอุณหภูมิที่ 27 ํC ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 40 ± 20 และปรับค่าความเร็วลมตามที่บริษัทผู้ผลิตติดตั้งมา ซึ่งมี 3 โหมดคือ High, Medium และ Low Speed ทั้งนี้เพื่อเปรียบเทียบ ผลกระทบของความเร็วลมกับค่า EER ของเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 โดยใช้เครื่องปรับอากาศตัวอย่างเดิม (จากกรณีที่ 1)

4. ผลการทดลอง [4]
• กรณีที่ 1 การทดลองผลกระทบของอุณหภูมิกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5
ตารางที่ 2 ผลการทดลองผลกระทบของอุณหภูมิกับค่า EER ของเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5
เครื่องปรับอากาศเครื่องที่ (BTU/hr)
EER (%)
อุณหภูมิ 25 ํC
อุณหภูมิ 26ํ ํC
อุณหภูมิ 27ํ ํC
1 (9,000)
9.82 (86.03)
10.52 (92.14)
11.42 (100)
2 (9,000)
10.59 (94.26)
10.81 (96.24)
11.23 (100)
3 (9,000)
10.38 (95.02)
10.65 (97.54)
10.92 (100)*
4 (10,000)
10.29 (93.35)
10.59 (96.09)
11.02 (100)
5 (11,774)
10.40 (93.62)
10.74 (96.63)
11.11 (100)
6 (12,600)
10.84 (98.29)
10.88 (98.64)
11.03 (100)
7 (13,000)
10.62 (94.05)
10.92 (96.76)
11.29 (100)
8 (13,000)
10.68 (92.51)
11.38 (98.56)
11.55 (100)
9 (17,750)
11.02 (95.83)
11.03 (95.88)
11.50 (100)
10 (18,500)
9.57 (91.79)
9.93 (95.18)
10.43 (100)*
หมายเหตุ : *ไม่ผ่านเกณฑ์เบอร์ 5
• กรณีที่ 2 การทดลองผลกระทบของความเร็วพัดลมกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5
ตารางที่ 3 ผลการทดลองผลกระทบของความเร็วลมกับค่า EER ของเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5
เครื่องปรับอากาศเครื่องที่ (BTU/hr)
EER (%)
High Speed Mode
Medium Speed Mode
Low Speed Mode
1 (9,000)
10.85 (95.05)
11.25 (98.52)
11.42 (100)
2 (9,000)
10.64 (94.74)
11.01 (98.03)
11.23 (100)
3 (9,000)
10.40 (95.27)
10.83 (99.19)
10.92 (100)*
4 (10,000)
9.86 (89.41)
10.28 (93.24)
11.02 (100)
5 (11,774)
10.46 (94.14)
10.89 (97.99)
11.11 (100)
6 (12,600)
10.69 (96.90)
11.02 (99.91)
11.03 (100)
7 (13,000)
10.89 (96.48)
11.13 (98.57)
11.29 (100)
8 (13,000)
10.74 (92.96)
11.20 (96.93)
11.55 (100)
9 (17,750)
11.06 (96.13)
11.36 (98.80)
11.50 (100)
10 (18,500)
10.36 (99.34)
10.41 (99.84)
10.43 (100)*
หมายเหตุ : *ไม่ผ่านเกณฑ์เบอร์ 5
5. ผลการทดลอง
• กรณีที่ 1 ผลกระทบของอุณหภูมิกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ ที่ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 40 ± 20 (Temperature Set Points VS EER)
o ตั้งค่าอุณหภูมิที่ 27 ํC เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพ 100% (เป็นค่าอุณหภูมิที่ใช้ตามมาตรฐานการทดสอบ)
o ตั้งค่าอุณหภูมิที่ 26 ํC เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพลดลงเฉลี่ยร้อยละ 3.6
o ตั้งค่าอุณหภูมิที่ 25 ํC เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพเฉลี่ยลดลงร้อยละ 6.5
• กรณีที่ 2 ผลกระทบของความเร็วพัดลมกับประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ (Wind Speed VS EER) โดยตั้งค่าอุณหภูมิที่ 27 องศาเซลเซียส (DBT 27±1 ํC, WBT 19.0 ± 0.5 ํC ความชื้นสัมพัทธ์ร้อยละ 40 ± 20) และปรับความเร็วของพัดลมแฟนคอยล์ 3 ระดับ คือ High, Medium และ Low Speed Mode
o ความเร็วลมที่ High Speed Mode เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพ 100% (เป็นค่าอุณหภูมิที่ใช้ตามมาตรฐานการทดสอบ)
o ความเร็วลมที่ Medium Speed Mode เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพเฉลี่ยลดลงร้อยละ 2
o ความเร็วลมที่ Low Speed Mode เครื่องปรับอากาศจะมีประสิทธิภาพเฉลี่ยลดลงร้อยละ 5

6. บทสรุป
จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นโดยการเปรียบเทียบประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศด้วยการปรับตั้งอุณหภูมิ กฟผ. มีโครงการที่จะรณรงค์ปรับตั้งค่าอุณหภูมิระหว่าง 25-27 ํC ทั้งที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงาน และห้างสรรพสินค้า ซึ่งหากการรณรงค์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ กฟผ. คาดว่าจะได้รับผลดังนี้
ผลประโยชน์ทางตรง : สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ปีละ 700 ล้านหน่วย หรือ 2,000 ล้านบาท*
ผลประโยชน์ทางอ้อม : - เป็นการผลักดันให้ผู้ประกอบการเครื่องปรับอากาศผลิตเครื่องปรับอากาศ
ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น (EER มากกว่า 11.0 ขึ้นไป)
- เป็นการเสริมสร้างทัศนคติในการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับ
ประชาชนผู้บริโภคในระยะยาว
หมายเหตุ *ข่าวประชาสัมพันธ์ กฟผ. ฉบับที่ 6/2550

7. เอกสารอ้างอิง
[1] Demand-Side Management Office, “Engineering Estimate of DSM Program Impacts Report”, EGAT, February 2006
[2] สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, “มาตรฐานผลิตฑ์อุตสาหกรรม เครื่องปรับอากาศสำหรับห้องแบบแยกส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ มอก.1155-2536”, กระทรวงอุตสาหกรรม, 2536
[3] สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม, “มาตรฐานผลิตฑ์อุตสาหกรรม เครื่องปรับอากาศสำหรับห้องแบบแยกส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ มอก.2134-2545”, กระทรวงอุตสาหกรรม, 2545
[4] ฝ่ายปฏิบัติการและมาตรฐาน, “รายงานผลการทดสอบเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 สำหรับห้องแบบแยก
ส่วน ระบายความร้อนด้วยอากาศ มอก.1155-2536 เลขที่ 2127, 2311, 3407, 4122, 4641, 5824”, สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.), 2549

 
บทความโดย

ภาณุ สุวิชาเชิดชู
วิศวกร ระดับ 7
ฝ่ายปฎิบัติการด้านการใช้ไฟฟ้า

 
 
   
Copyright ©2005 www.egat.co.th การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
จัดทำโดย : โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพอุปกรณ์ไฟฟ้า,ฝ่ายปฏิบัติการด้านการใช้ไฟฟ้า
โทร. 0-2436-8381-7 โทรสาร .0-2436-8388,0-2436-8397